จอมโจรหนังสือ The book thief

posted on 25 May 2008 12:46 by anrorise  in Unlimited-Fantasy

Thw book thief

ว่าจะเอามาแนะนำกันตั้งนานแล้ว แต่มัวไปทำแท็คเลยล่าช้ามากๆค่ะ -w-

Title: จอมโจรหนังสือ

Author: มาร์กัส ชูชัค

Publisher: Pearl

"จอมโจรหนังสือ ถักทอเรื่องราวอย่างสวยงาม เปี่ยมอารมณ์ ราวกับบทกวี

ความเคร่งขรึมและโศกนาฎกรรมพลุ่งพล่ามในหัวใจผู้อ่านราวกับภาพยนตร์เรื่องเยี่ยม

เหมือนสีสันของชีวิต ชูชัคอาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตในยุคที่นาซีเรืองอำนาจ

กระนั้นก็ดี จอมโจรหนังสือสมควรนำไปวางบนชั้นเคียงคู่บันทึกของแอนน์ แฟรงค์ เลยทีเดียว

เตรียมขึ้นชั้นหนังสือคลาสสิคได้เลย!"

USA Today

หนังสือเรื่องนี้อาจจะดูหนาจนใครหลายๆคน เกิดความรู้สึกไม่อยากอ่าน แต่ถ้าคุณได้ลองมาอ่านแล้วล่ะก็ คุณจะลืมถึงความหนาของหนังสือเล่มนี้ไปเลยค่ะ เพราะตัวเรื่องนั้นแม้จะไม่ได้เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าตื่นเต้น ระทึกใจ อัดแน่นไปด้วยการผจญภัย แต่ก็ทำให้เราอยากติดตามและรับรู้ว่ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับ แม่หนูจอมโจรหนังสือ ลีเซล เมมิงเกอร์ เหมือนกับที่ยมฑูตไม่อาจละสายตาไปจากแม่หนูคนนี้ได้

เรื่องราวถูกถ่ายทอดจากมุมมองของยมฑูตที่รับรู้เรื่องจากบันทึกของจอมโจรหนังสือ ทุกสิ่งเริ่มต้นที่การเดินทางไปบ้านของพ่อแม่บุญธรรม ครอบครัวฮูเบอร์มาน ของสาวน้อย ลีเซล และการขโมยหนังสือเล่มแรกของเธอ ที่บ้านใหม่และครอบครัวใหม่นี่เอง ที่สาวน้อยได้เรียนรู้และประสบพบเจอกับสิ่งต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการได้เข้าเรียนที่โรงเรียน ชั่วโมงเรียนหลังเที่ยงคืนกับปาปา การพบเจอกับเพื่อนซี้สุดแสบ เด็กหนุ่มผมสีมะนาว รูดี้  การขโมยผลไม้ หน่วยยุวชนฮิตเลอร์ การซ่อนยิว และการขโมยหนังสือ

การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างเรียบง่าย แม้จะไม่ฟู่ฟ่า ไม่ตื่นเต้น และอยู่ในช่วงเวลาที่โหดร้าย แต่ชูชัคได้ชักพาให้ผู้อ่านสัมผัสถึงความอบอุ่น ความสุขอันเรียบง่ายของชาวเยอรมันในช่วงนั้นได้ดี แม้จะอัตคัต แต่ทุกคนก็ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างเต็มที่ ตลอดเรื่องเราจะรับรู้ได้ทั้งความอบอุ่นในครอบครัวฮูเบอร์มาน มิตรภาพที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรักของเด็กวัยรุ่น การพบเพื่อนใหม่ที่เป็นคนต่างชนชาติ ความขัดแย้งภายในใจ ความโหดร้ายของสงคราม การสูญเสีย และการให้ แต่อย่างไรก็ตามชีวิตต้องดำเนินต่อไป

นอกจากนี้ เราจะรับรู้ได้ตลอดเรื่องว่ายมฑูตเองก็มีหัวใจ ตลอดเรื่องจะมีการใส่ความรู้สึกของยมฑูตลงไปด้วย ทำให้ผู้อ่านทราบได้ว่า ยมฑูตไม่ได้ไร้ความรู้สึก ไร้หัวใจ แต่ยังรู้สึกเศร้าเสียใจ และเหนื่อยเป็นด้วย

สิ่งที่ประทับใจจากหนังสือเล่มนี้มากที่สุดคือ หนังสือที่ แมกซ์  หนุ่มชาวยิวผู้หลบซ่อนที่บ้านฮูเบอร์มานมอบให้แก่แม่หนูจอมโจร เป็นของขวัญวันเกิด และสิ่งตอบแทนสำหรับมิตรภาพที่เธอมอบให้แก่คนยิวอย่างเขา ที่ใครๆก็พากันรังเกียจ และเหยียดหยาม โดยเฉพาะเรื่อง คนค้ำหัว หนังสือเล่มแรกที่แมกซ์ได้มอบให้กับลีเซล แม้จะเป็นคำบรรยายสั้นๆ ประกอบรูปวาดหยาบๆ ไม่กี่หน้า กระนั้นหนังสือเล่มนี้ก็ถ่ายถอดความรู้สึกของเขาออกมาได้เป็นอย่างดี

หนังสือเรื่องนี้ เราอ่านไปน้ำตาคลอไปหลายช่วงเหมือนกันค่ะ เพราะอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมากมาย แต่ก็ไม่ได้เศร้าโศกและหดหู่ จนไม่น่าอ่านนะคะ เพราะเรื่องราวมีหลากหลายความรู้สึก เหมือนกันชีวิตที่มีสีสัน ไม่ได้อยู่กับสีใดสีหนึ่งตลอดเวลา เมื่อมีทุกข์ก็มีสุข และมีสุขก็มีทุกข์ ชีวิตดำเนินไปแบบนั้นตลอด โดยที่มีตัวละครในเรื่องที่ราวกับมีชีวิตจริงให้เราเห็นอยู่ตรงหน้า ต้องยกนิ้วให้กับชูชัคจริงๆค่ะ ที่สร้างตัวละครมีสีสันราวกับมีชีวิตจริงๆ และการดำเนินเรื่องที่ทำให้ผู้อ่านเหมือนเป็นส่วนนึงในเหตุการณ์ในเรื่อง

อาจจะเป็นรีวิวที่ไม่ค่อยดีนะคะ เพราะเราเล่าไม่เก่ง แต่อยากให้ลองไปหาอ่านกันค่ะ เพราะคุณจะได้หลายสิ่งหลายอย่างกลับไปนอกจากความบันเทิงแน่นอนค่ะ :D

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อืม น่าสนใจแฮะconfused smile

#1 By zero-be on 2008-05-25 14:13

อยากอ่านนนนน....
แต่ตอนนี้เหลืออีกหนึ่งเดือน (ไม่สิ อาจจะไม่ถึง) ก็จะเปิดเทอมแล้ว เหลือหนังสือที่สะสมมายังไม่ได้อ่านอีก5เล่ม
กร๊าซซซซซซ

#2 By SweetPuff on 2008-05-25 20:46

ฮาโหลลลล โล่งอกนึกว่าเจอแท๊กอีก 5555+

น่าอ่านนะเนี่ย ท่าทางจะเป็นเรื่องแนวอบอุ่นหัวใจสินะ ตามสไตล์ของเน่ซัง โฮะๆๆ
ว่างๆไว้สะสาง เทล ออฟ อิ โอโทริ เล่มควายเสร็จจะไปฉกนะจ๊ะ
question

#3 By kokihiko (58.9.124.87) on 2008-05-26 02:04

มาจกสิ วางพร้อมที่บ้านเสมอ
ปล.เอาดาร์เรนไปอ่านด้วยนะ ยกเซ็ต :P

#4 By Fubuki on 2008-05-26 08:20

งืมๆๆๆๆๆ...น่าอ่านดีๆ....นี่บลอกหุยเหรอ

ใหม่แอดนะ...หึหึ*--*//

#5 By ~๐Yuki`Shizuku๐~*♥ on 2008-05-31 00:37

น่าอ่านมากๆ

รีวิว เก่ง แล้ว เพราะในแง่ ลง weblog

ง่ายๆ แบบนี้ ชัดเจน ไม่ต้องพรรณาให้มากความ

และ อีกอย่าง การรีวิวที่ดี คือ การดึงความรู้สึก

ที่ตัวอ่านได้อ่าน มาถ่ายทอดลงไปด้วย มันสำคัญ

เพราะ เราได้อ่านจริงๆ ไม่ใช่ copy มาลง

ความจริงใจ มันอยู่ตรงนั้น big smile

#6 By tiew@fine on 2008-06-02 15:40

เฮ้ยยยยยย บ้านเน่าแล้วโยม

มาเก็บกวาดซะบ้าง

อาเมน!!!question

#7 By kokihiko (58.9.126.158) on 2008-06-06 12:55

ฮิบปี้ แปลเป็นไทย โดย รงค์ วงษ์สวรรค์(นักเขียนที่มีประสบการณ์ตรง) ว่าบุปผาชน

อยู่ในยุค สงครามเย็นระหว่าง โซเวียต กับอเมริกา 60 - 70 พวกเขาเสพยา สวมเสื้อผ้า มีสีสัน ทัดดอกไม้สร้างชุมชนไม่ยึดติด
กับกฎเกณฑ์ใดๆ

ต่อต้านสถาบัน ขนบ ความคิด ของรัฐ และ
มองว่า ความคิดของผู้ใหญ่บางเรื่องคร่ำครึ
เกลียดสงคราม

ถึงกับมีวลีที่ว่า Make Love Not War

การเกิดของขบวนการของพวกเขา ถือเป็นการประกาศ ความคิดของหนุ่มสาว ที่รักอิสระ มันส่งผลถึง แฟชั่น หนัง เพลง สังคม

ด้านสังคมเมื่อพวกเขาประท้วงบ่อยๆ อเมริกาก็ถอนทัพจากเวียดนามในที่สุด

เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ของบ้านเรา ก็ล้วนได้รับอิทธิพลของโลกในสมัยนั้น

แม่ของ นักร้องสาว ปาลมี่ เป็น บุปผาชน ซึ่งเธอเองเคยสัมภาษณ์ว่าการแต่งกาย
ของเธอ ที่มีสีสันเช่นนี้ เพราะได้รับอิทธิพล จากแม่ตั้งแต่เด็กๆ

big smile

#8 By tiew@fine on 2008-06-06 16:21